JOURNAL FOR PLAGUE LOVERS

posted on 24 Apr 2009 19:32 by mydeaw

ในช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยดี .. พาลให้อารมณ์ของผู้คนในสังคมหงุดหงิดๆกันง่ายๆ

แต่ว่ามีเรื่องตื่นเต้นที่น่ายินดีครับ !!!!

อัลบั้มใหม่ล่าสุดของ Manic Street Preachers กำลังจะออกวางแผงแล้วครับ !!!

JOURNAL FOR PLAGUE LOVERS

เรารอคอย The Manics คิดว่าจะได้ดูเล่นสดๆในเมืองไทย แต่ก็ล่มไป ...เราก็คงจะต้องฟังแบบแห้งๆกันไปก่อนจาก CD ...

มีใครรู้จักริชชี่บ้างมั้ยครับ ?

...ในสมัยพวกผมยังเด็กๆ ยุคอัลเทอร์เนทีฟรุ่งเรือง เวลาพูดถึง ริชชี่ ก็จะอุทานกันว่า ..อ๋อ..ริชชี่ไง ..คำว่าริชชี่เป็นคำที่ฮิตมากในหมู่อัลเทอร์ นั่นหมายถึงมือกีตาร์ และคนเขียนเนื้อเพลงวงแมนิกส์ ที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว ...ในสมัยนั้นสื่อต่างๆก็คิดกันว่าคงจะสร้างกระแสอยากดังทั่วๆไป  เหมือนอย่างวงอื่นๆ วง Blur วง Oasis , Shed Seven ก็ชอบทำตัวเพี้ยนๆกัน แต่ว่าก็เป็นเวลาสิบกว่าปีมาแล้วนะครับ ที่เค้าหายตัวไป...จนป่านนี้ยังไม่มีวี่แวว ..แมนิกส์จึงเหลือ 3 คน อย่างที่เห็น 

เวลาที่พวกเค้าออกชุดใหม่มา ผมจะรู้สึกใจหายทุกครั้งว่า นี่คงเป็นชุดสุดท้ายแล้ว ..เพราะตั้งแต่ ริชชี่ หายไป แมนิกส์ก็รู้สึกจะเปลี่ยนแปลงไปมาก จนแฟนบางคนก็ถึงกับเลิกฟังไปเลย เพราะแมนิกส์ 3 คน ก็ทำท่าว่าอาจจะเลิกวง เหมือนอย่างวงอื่นๆ เค้าก็เลิกวงกันเยอะแยะไป อย่างเช่นวงที่เราคุ้นๆหูกันอยู่ในยุคอัลเทอร์เนทีฟรุ่งเรืองอย่าง Suede , Blur , Weezer , Plup , Shed Seven , Nirvana เดี๋ยวนี้ก็หายไปกันหมดแล้วครับ แมนิกส์เองก็ร่อแร่ มือกีตาร์คนเขียนเพลงของวงหายไป โปรดิวเซอร์ของวงเป็นโรคหัวใจตาย แต่แมนิกส์ก็ยังอยู่มาอย่างปกติครับ ออกมาเรื่อยๆ ..จนชุดนี้เป็นชุดที่ 9 แล้วครับ (ยังไม่รวม Singles อีกนับไม่ถ้วน)และผมก็ยังฟังอยู่ครับ..

JOURNAL FOR PLAGUE LOVERS...

นิกกี้บอกกับเราว่า อัลบั้มชุดนี้ ใช้วัตถุดิบ เนื้อเพลงที่ริชชี่เขียนเอาไว้ก่อนหายสาบสูญทั้งหมด คือเมื่อก่อนที่ริชชี่จะหายตัวไป เค้าได้เคยโผล่ไปที่บ้านนิกกี้ในสภาพเมายาเพียบ. แล้วมอบเนื้อเพลงเหล่านี้ไว้ให้ แล้วต่อมาเค้าก็หายสาบสูญไป.. เพราะงั้น Sound ของ Manics ชุดนี้คงจะกลับไปดิบ หนัก เนื้อเพลงเป็นปรัชญาชั้นสูง ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง อย่างแน่นอน...  

แต่เราก็รอคอย The Manics ...

JOURNAL FOR PLAGUE LOVERS 

วางแผง 18 พฤษภาคม นี้  ที่ U.K.

Peeled Apples
Jackie Collins Existential Question Time
Me and Stephen Hawking
This Joke Sport Severed
Journal For Plague Lovers
She Bathed Herself In A Bath Of Bleach
Facing Page: Top Left
Marlon J.D.
Doors Closing Slowly
All Is Vanity
Pretension/Repulsion
Virginia State Epileptic Colony
William’s Last Words

ภาพปกเป็นภาพวาด ของศิลปินคนเดียวกับ ปก The Holy Bible  ...เป็นภาพเพนท์ที่ให้ความหมายกว้างไกล ..ดูเจ็บปวด และชอกช้ำเป็นศิลปะชั้นสูง...

 

ปล.ตอนนี้ได้ลองฟังไปแล้ว 2 เพลง รู้สึกว่า Cool เลยครับ อยากให้แมนิกส์เป็นวงที่อยู่ในวงการไปตลอด อยู่กันจนแก่เฒ่าเหมือน Bee Gee

ปล.2 ที่ข้างๆ ของบล้อก ผมทำ Links ไว้ ไปที่เวปแมนิกส์ได้ เข้าไปลองฟังกันได้ฟรีๆครับ ..( ปล่อย Singles มา 1 เพลง ) ของจริงแบบเต็มๆ พบกันแน่นอน วันที่ 18 พ.ค.นี้

 

edit @ 24 Apr 2009 20:37:08 by MyDeawAdd

ห้องน้ำ..

posted on 18 Apr 2009 18:36 by mydeaw

งานนี้เป็นโปรเจคห้องน้ำในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งครับ งานนี้มีหลายบริษัทเสนอตัวมาประชันกันมากมาย ก่อนที่ผมจะเขียนไอ้นี่ขึ้นมา ผมได้ดูงานของคู่แข่งเยอะมาก ที่เค้าทำส่งก่อนเรา  ของคนอื่นนี่สุดยอด สวยเหมือนฝันกันทุกบริษัท เนื่องจากว่าช่วงนี้ทั่วๆไป เค้ากำลังฮิตโปรแกรม V-Rayกันครับ นอกจากจะเขียน 3D ขึ้นมาแล้ว ยังต้องใช้ Render ใน V-Ray อีกที จะทำให้ภาพเหมือนจริง ให้แสงเหมือนธรรมชาติสุดๆ แต่ว่าเนื่องจากผมใช้ V-Ray ไม่เป็น ....แต่เราก็สู้ด้วยใจ ไปแบบธรรมดาๆนี่แหละ ...

แต่ว่าผมก็ตั้งใจทำมากกว่าปกติเลยครับ เพราะว่ากระเบื้องที่เราออกแบบมันก็จะต้องอยู่กับเค้าไปอีกนานเลยครับ เหมือนกับกระเบื้องห้องน้ำที่บ้านเรา ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ มันก็อยู่กับเราตลอด เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เค้าใช้แล้วไม่เปลี่ยนกันบ่อยๆ  แล้วงานนี้ปูกระเบื้องให้ทั้งโรงพยาบาล ทั้งหมอ พยาบาล คนไข้ ...เค้าก็จะต้องใช้ห้องน้ำกันไปอีกนานแสนนาน...เพราะฉะนั้น งานนี้ถึงมันจะออกมาอย่างไร นี่คือที่สุดของเดียวแล้วอ่ะครับ..กระเบื้องนี่สะท้อนแสงเป็นเงา เน้นๆ มีแสงไฟส่องเรื่อๆ.. ปกติไม่เคยเลย แต่ห้องสุดท้ายนี่เน้นที่ชักโครกเกินไป แสงทั้งห้องเลยจ้า หลอกตาไปหน่อย.. ทำต่อไปอีก ...ต่อไปคงดีขึ้น..

 

No Line on the Horizon

posted on 29 Mar 2009 11:38 by mydeaw

U2 กลับมาแล้วครับ !!!

กลับมาพร้อมกับบล้อกนี้ ซึ่งหลับไม่ตื่นไปหลายเดือน เพราะว่าช่วงนี้งานเยอะมากๆ ไม่ค่อยได้เปิดเน็ต และหลังเลิกงานก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรอีกแล้ว นอกจากนอนอย่างเดียว อิอิ..

No Line on the Horizon อัลบั้มอันดับที่12 ของ U2 วงร็อคที่ชื่อเหมือน Brand เสื้อผ้า แต่ที่จริงแล้วเสื้อผ้าต่างหากที่ตั้งชื่อตามวงดนตรีวงนี้ เรากำลังคิดถึง U2 ...จากอัลบั้มก่อนหน้านี้  How to Dismantle an Atomic Bomb ที่แฟนๆทั่วโลก รวมทั้งผม รู้สึกว่า ไม่ค่อยโดนเท่าไร ก่อนหน้านี้มีข่าวมากมาย ว่า U2 4 คน จะแตกวงมั่งแหละ หรือว่าอัลบั้มใหม่จะรวมวงกับ Green Day แต่ว่าจริงๆเค้าแค่ทัวร์คอนเสริตด้วยกันเฉยๆ แล้วจู่ๆ อัลบั้มนี้ก็ออกมาอย่างสิ้นสงสัย นักวิจาร์ณทั้งหลาย เคยยกย่องว่า U2 คือวงร็อคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากพวกพี่ๆทั้ง 4 เค้ายังรวมตัวกันอยู่ได้ จากยุคโน้นถึงยุคนี้..ในขณะที่วงใหญ่ๆวงอื่น ต่างล้มหายตายจาก ก่อนจะวางตลาด อัลบั้มนี้ถูกคาดหวังว่าจะต้องยิ่งใหญ่ ให้สมกับเป็นวงรุ่นใหญ่สุดในวงการ แต่พอออกมาแล้วกับไม่ใช่เลย ..ไม่ว่าจะ Chart ไหนๆ ทั้ง U.S. , U.K. หรือใน Ireland ประเทศบ้านตัวเอง U2 ก็ไม่ได้ติด Top 10 ใดๆเลย สู้ Take That ชุดใหม่ยังไม่ได้ ถ้าถูกเอาไปเปรียบกับวง boy Band อย่าง Take That  ด้วยดีกรีระดับนี้ก็ถือว่าแย่มากแล้ว..

แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังรัก U2 ในช่วงที่อัลบั้มนี้ออกมาแรกๆ ผมฟังซ้ำไปซ้ำมา ประมาณได้ถึง 2 อาทิตย์ ในส่วนตัวผมว่า เนื้อหาในการเขียนเพลงลึกซึ้งและหนักแน่นขึ้น (แต่ต้องแปล จึงจะลึกซึ้ง ) เป็นเพราะไม่มี Track ใดๆที่เป็นเพลงรักเลย มันจึงไม่ค่อยติดหู...เหมือนอย่างปกอัลบั้มที่เป็นรูปท้องฟ้ากับทะเล สีขาวดำตัดกัน สื่อถึงเส้นแบ่งระหว่างด้านมืดกับด้านสว่าง โอวววว....

ในชุดนี้จะมีเพลงที่ pop ติดหูบ้าง อย่างเช่น  I'll Go Crazy If I Don't Go Crazy Tonight ...Track ที่ผมฟังซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายสิบรอบ จนร้องตามได้ รู้สึกจะได้ดีสุดขึ้นถึง อันดับ 29 ในอเมริกา !!! (ทำไมได้แค่นั้นเองวะ) ส่วนเพลงอื่นอย่าง  "Magnificent" ไปได้ถึงอันดับ 79 และเพลงเปิดตัวอย่าง No Line on the Horizon ไปได้ถึงอันดับ 38 ...แล้วในเมืองไทย จะขายใครได้มั่งเนี่ย...

แต่สรุปว่ายังไงผมก็ชอบ พี่ Bono และพี่ The Edge อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง Sound Guitar ของ พี่ The Edge ในทุกๆเพลงเป็นสิ่งที่ประมาณค่ามิได้ เพียงคิดแค่นี้ก็คุ้มแล้วที่ซื้อมา..

หวังว่ารออีก 2-3 ปี U2 จะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม ..แต่ถ้าออกตัวมาเป็นยังงี้ ชุดหน้าคงต้องเปลี่ยนแนวแล้วแหละ....

    

1. "Unknown Caller"   6:18
2. "Breathe"   4:37
3. "Winter"   6:17
4. "White as Snow"   4:46
5. "No Line on the Horizon"   4:11
6. "Fez – Being Born"   5:15
7. "Magnificent"   5:23
8. "Stand Up Comedy"   3:50
9. "Get on Your Boots"   3:28
10. "Moment of Surrender"   7:24
11. "Cedars of Lebanon"   4:14
12. "Credits"   2:29

ปล.เพื่อนๆไปหามาฟังกันนะครับ ผมว่ายังไง U2 ก็ต้องดีกว่าวง boy band เกาหลี ญี่ปุ่น แน่นอน

แล้วพบกันใหม่ครับ...